arrow หน้าหลัก Thursday, 23 October 2014  


 
Main Menu
 หน้าหลัก
 บทคัดย่อ
 Fan Club
 CD ยอดนิยม
 ผู้จัดรายการ

Member Login
Login Name

Password

จำข้อมูลการล็อคอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ไม่ได้เป็นสมาชิก? ลงทะเบียนใหม่

Our Network

Fast English www.fast-english.com

ติดต่อเราวันนี้

โทร 02-631 2288

 

พิเศษส่วนลด 5-20%

สถาบันสอนภาษา Fast English

 



 


Leonardo Da Vinci แนะวิธีลับสมองให้เฉียบคม  
บทความนี้สรุปประเด็นจากหนังสือเรื่อง How to Think Like Leonardo Da Vinci แต่งโดย Michael Gelb ลีโอนาโด ดาวินชีนั้นนอกจากจะเป็นผู้วาดภาพโมนาลิซ่าอันโด่งดังไปทั่วโลก เขายังเป็นอัจฉริยะผู้รอบรู้ในหลากหลายสาขา เช่น วรรณกรรม จิตรกรรม สถาปัตยกรรม พฤกษศาสตร์ กายวิภาคศาสตร์ ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา ภูมิทัศนะ การบิน และการประดิษฐ์อาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นต้น ผู้เขียนเชื่อว่า ความเก่งของมนุษย์ร้อยละ 48 เกิดจากพันธุกรรมและอีกร้อยละ 52 เกิดจากการเรียนรู้ ประสบการณ์ และการอ่านมากฟังมาก ผู้แต่งได้นำเสนอวิธีการฝึกสมองให้มีความเฉลียวฉลาดอย่างลีโอนาโด ดาวินชีไว้

ดังต่อไปนี้

1. มีความอยากรู้อยากเห็น
 ความอยากรู้อยากเห็นในที่นี้จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น โดยเริ่มต้นจากการสังเกตอากัปกิริยาของคนรอบข้างเช่น คน ๆ นี้นั่งหลังตรงหรือหลังค่อม ใบหน้ายิ้มแย้มหรือเคร่งเครียด แต่งกายสุภาพหรือเสื้อผ้ายุ่งเหยิง กิริยาสุภาพหรือหยาบคาย พูดจาด้วยความมั่นใจหรือลังเลสงสัย พูดจาเร็วรวบรัดคำหรือพูดจาชัดถ้อยชัดคำ  นอกจากนี้ ให้เราลองสังเกตกลุ่มผู้สนทนาว่าผู้ที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และเป็นกลางแสดงสีหน้าและกิริยาแตกต่างกันอย่างไร ลีโอนาโด ดาวินชีเชื่อว่า เหล็กจะขึ้นสนิมถ้าไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน น้ำจะเน่าหากไม่มีการไหลเวียนเปรียบได้กับสมอง หากเราเหม่อลอยไปวันๆ ไม่ขบคิดอะไร ได้แต่ตอบสนองไปตามสิ่งที่กระทบไปเรื่อย ๆ สมองก็จะฝ่อไปในที่สุด
2. ฝึกแสวงหาความจริง
 ลีโอนาโด ดาวินชีจะเชื่อแต่ในสิ่งที่เขาสามารถพิสูจน์หรือพบเจอได้ด้วยตัวเอง เขาจะไม่เชื่อในเรื่องโหราศาสตร์ โชคลาง หรือข่าวโคมลอย นอกจากนั้น ข้อมูลใดที่เราได้อ่านหรือฟังให้เรานำมาขบคิดพิจารณาหาความเป็นจริงและเปรียบเทียบกับความรู้เดิมที่เรามีอยู่ด้วย นอกจากนั้น เมื่อพบข้อมูลใหม่ ๆ ให้เราหมั่นจดบันทึกอยู่เสมอ
3. ฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้า
 การฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าคือ มองก็ต้องรู้ว่ากำลังมองอะไรต้องจับรายละเอียดให้ได้ ฟังก็ต้องรู้ว่ากำลังได้ยินเสียงอะไร ดมกลิ่นก็ต้องรู้ว่ากำลังได้กลิ่นอะไร กินก็ต้องรู้ว่ากำลังได้รับรสชาติอะไร และสัมผัสก็ต้องรู้ว่ากำลังสัมผัสอะไร ลีโอนาโด ดาวินชี (1) ฝึกประสาททางตาโดยการฝึกสังเกต (2) ฝึกประสาททางหูโดยการฟังเสียงดนตรี (3) ฝึกประสาททางจมูกโดยการประดับห้องทำงานด้วยดอกไม้นานาชนิด (4) ฝึกประสาทการรับรสโดยการฝึกทำอาหาร (5) ฝึกประสาททางกายโดยการใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่มเช่น ผ้ากำมะหยี่ ในบรรดาประสาทสัมผัสทั้งห้านี้ ลีโอนาโด ดาวินชีให้ความสำคัญกับประสาทสัมผัสทางตามากที่สุด
4. ฝึกจิตให้รับได้กับทุกสภาวะ
 ความอดทนอดกลั้นจะช่วยให้เราสามารถรับได้ทุกสภาวะ การอดทนในที่นี่คือ การอดทนต่อการไม่ทำความชั่วร้าย ไม่พูดจาหยาบคายเสียดสีเหน็บแนมวิพากษ์วิจารณ์หรือด่าทอผู้อื่น อดทนที่จะไม่คิดปรุงแต่งสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และจิตใจ และอดทนต่อสิ่งที่ขัดกันในโลกเช่น ความสุข-ทุกข์ สมหวัง-ผิดหวัง ได้-เสีย สรรเสริญ-นินทา และจะต้องตระหนักว่าสิ่งทั้งหลายล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย อยากได้สิ่งใดก็ให้สร้างเหตุและปัจจัยขึ้นมา เมื่อเผชิญกับปัญหาหรือความยากลำบากใด ๆ ให้เราคิดทบทวนดูว่าปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากสิ่งใดและเราสามารถเรียนรู้และปรับแก้อะไรได้บ้าง ลีโอนาโด ดาวินชีเชื่อว่า ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่มันช่วยให้เราเฉลียวฉลาดและมีความคิดที่แยบยลมากยิ่งขึ้น
5. สร้างความสมบูรณ์ระหว่างสมองซ้ายและขวา
 ลีโอนาโด ดาวินชีเชื่อว่า การที่เราไม่สามารถนำความรู้ที่มีมาใช้ได้ทันท่วงทีหรือถูกต้องตามสถานการณ์เป็นเพราะว่า เราไม่มีความสมดุลย์ของสมองซ้ายและขวา สมองข้างซ้ายเกี่ยวข้องกับตรรกกะ การคำนวณ วิทยาศาสตร์ และความนึกคิดต่าง ๆ สมองข้างขวาเกี่ยวข้องกับศิลปะ จินตนาการ ดนตรี ความงดงามตามธรรมชาติ และความรู้สึก ลีโอนาโด ดาวินชีฝึกใช้สมองข้างซ้ายโดยการศึกษาศาสตร์ทั้งหลายในโลก และฝึกการใช้สมองข้างขวาโดยการฝึกวาดภาพ สถาปัตยกรรม การฟังดนตรี การทำอาหาร การสร้างมโนภาพ การชื่นชมธรรมชาติ และการฝึกเป็นคนดีมีเมตตา เป็นต้น นอกจากนั้น การฝึกใช้งานทั้งมือซ้ายและมือขวาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่
ลีโอนาโด ดาวินชีฝึกสร้างสมดุลย์ของสมองซ้ายขวาด้วยเช่นเดียวกัน
6. การดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ
 ลีโอนาโด ดาวินชีเชื่อว่า ถ้าร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยเป็นประจำ พลังสมองและสภาวะทางจิตใจก็คงจะต้องเสื่อมถอยไปด้วยอย่างแน่นนอน ฉะนั้น ท่านจะแนะนำว่าเราควรเลือกกินอาหารอย่างฉลาด กินอย่างมีสติไม่กินตามกิเลส กินผักผลไม้ให้มาก กินพอประมาณเท่าที่ร่างกายต้องการ เวลานอนให้นอนห่มผ้า และอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ พยายามทำจิตใจให้กระปรี้กระเปร่า อย่าหงุดหงิดหรือโกรธง่าย พยายามผ่อนคลายอย่าเคร่งเครียด 
7. มองสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกว่ามีสหสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน 
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัยไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากสุญญากาศ ฉะนั้น เมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ให้นึกย้อนถึงสาเหตุว่ามันน่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ในทางกลับกัน ถ้าเราอยากจะศึกษาผู้ที่ประสบความสำเร็จให้เรามองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เขากระทำมาตั้งแต่อดีต

 


           ***********************************


 

top
Copyright 2004 - 2005 New Dimensions-Online.com All rights reserved.