arrow หน้าหลัก Monday, 24 November 2014  


 
Main Menu
 หน้าหลัก
 บทคัดย่อ
 Fan Club
 CD ยอดนิยม
 ผู้จัดรายการ

Member Login
Login Name

Password

จำข้อมูลการล็อคอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ไม่ได้เป็นสมาชิก? ลงทะเบียนใหม่

Our Network

Fast English www.fast-english.com

ติดต่อเราวันนี้

โทร 02-631 2288

 

พิเศษส่วนลด 5-20%

สถาบันสอนภาษา Fast English

 



 


สร้างสุขสร้างปัญญาด้วยคาถาชินบัญชร  

จากอดีตจนถึงปัจจุบันหากกล่าวถึงพระคาถาอันทรงอิทธิฤทธิ์และอานุภาพ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่กล่าวถึงพระคาถาชินบัญชร พระคาถานี้ประพันธ์และเรียบเรียงโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี มหาเถราจารย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระคาถาชินบัญชรนี้นอกจากจะนำมาซึ่งสวัสดิมงคลต่อผู้ที่สวดแล้ว ยังเป็นคาถาที่ใช้ปลุกเสกพระสมเด็จเป็นวัตถุมงคลอันเลื่องชื่ออีกด้วย ว่ากันตามจริงแล้วด้วยศีลานุวัติอันเพียบพร้อมกอปรกับพลังจิตอันแรงกล้าของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีน่าจะเพียงพอแล้วกับการปลุกเสกพระสมเด็จ แต่พระองค์ท่านก็ยังอัญเชิญพระคาถานี้มาใช้ในการปลุกเสกพระร่วมด้วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพระคาถาชินบัญชรจะต้องมีคุณวิเศษอันเหลือล้ำและมีผลานิสงส์อันมหาศาล

ซึ่งจะนำมากล่าวในบทความ มีใจความสำคัญดังต่อไปนี้

อานิสงส์ของพระคาถาชินบัญชร

1. มีสติสัมปชัญญะ การสวดพระคาถานี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะทำให้มีพลังสติอันเฉียบคม เพราะทุกครั้งที่สวดจะเป็นการฝึกมหาสติปัฏฐาน ๔ ไปในตัว กล่าวคือ การฝึกพลังสติประกอบด้วย ๔ ฐาน ได้แก่

- ฐานกาย ขณะนั่ง- สวดมนต์เราจะรู้เนื้อรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า ขณะนี้เรากำลัง- อยู่ในอิริยาบถใดจึง- เกิดเป็นสติฐานกาย

- ฐานเวทนา เมื่อสวดไปชั่วเวลาหนึ่ง- เกิดอาการเมื่อย เจ็บ เหน็บกิน อาการเหล่านี้เรียกว่าทุกขเวทนา หรือเกิดเป็นปิติสุขความอิ่มเอมใจ เรียกว่าสุขเวทนา หรือรู้สึกเฉย ๆ เป็นปกติ เป็นต้น การเห็นเวทนาเป็นอารมณ์เรียกว่าการเกิดสติฐานเวทนา

- ฐานจิต เมื่อสวดคล่องในระดับหนึ่ง จิตใจจะเริ่มฟุ้งซ่าน ปากสวดมนต์แต่ใจคิดเรื่องอื่น สวดเหมือนเป็นนกแก้วนกขุนทอง สมาธิไม่ได้จดจ่อกับการสวดมนต์อย่างแท้จริง การรู้ว่าตนคิดฟุ้งซ่าน ไม่มีสมาธิ จึงเรียกว่ามีสติฐานจิต

- ฐานธรรม สติฐานธรรมคือการเห็นการเกิด ดับ และเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง เช่น เห็นความคิดที่ว่อกแว่กเรื่องแล้วเรื่องเล่า ความปวดเมื่อยตามร่าง กายที่เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถแล้วความเมื่อยก็เบาบางลงและหายไปในที่สุด ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรตลอดกาล เป็นต้น

2. มีพลังสมาธิ พลังสมาธิเกิดจากการตั้งใจสวดมนต์โดยไม่คิดเรื่องอื่น การสวดพระคาถานี้เป็นประจำจะทำให้จิตรวมเป็นสมาธิได้ง่ายจิตและมีพลัง คิดทำการสิ่งใดก็จะประสบผลสำเร็จ และแม้ประสบปัญหาหรือมรสุมในชีวิตจิตก็จะไม่ฟุ้งซ่านหรือว้าวุ่นจนเกินขอบเขต จิตจะมีความสงบในระดับหนึ่งทำให้สามารถหาทางออกจากปัญหาได้อย่างง่ายดาย

3. มีความสุขกายสบายใจ หน้าตาผ่องใส เพราะไม่จมอยู่กับอดีต

4. ร่างกายสมบูรณ์พูลสุข ปราศจากอุบัติภัยอันตรายทั้งปวง

5. มีวาจาสุภาพ นุ่มนวล มีจังหวะจะโคนและมีทักษะที่ดีในการพูดในที่ชุมชน เป็นที่รักใคร่ของหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ลูกค้า และบุคคลรอบข้าง เป็นต้น หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าโชติช่วงชัชวาล

วิธีการสวดพระคาถาชินบัญชร

1. สวดทีละคำ ฟังทีละเสียง ในที่นี้คือการตั้งใจสวดโดยใช้สมองบังคับให้ปากเปล่งเสียงตัวอักขระออกมาทีละตัว และใช้หูฟังเพื่อกำกับว่าสวดถูกต้องหรือไม่ เมื่อกายกับจิตเป็นเนื้อเดียวกันสติสัมปชัญญะจะครบถ้วนเมื่อนั้นพลังพุทธะจะเกิดขึ้น

2. วิธีการสวดที่ดีที่สุดคือควรท่องพระคาถาให้ได้ขึ้นใจ ไม่ควรสวดมนต์แบบอ่านไปสวดไปเพราะจะเป็นการฝึกสติและสมาธิได้ไม่มากเท่าที่ควร แต่ถ้าสวดเท่าไรก็ยังจำไม่ได้ อาจจะต้องไปวัดระฆังเพื่อขอบารมีของสมเด็จโต ขอให้จำให้ได้

3. ควรรู้คำแปลของพระคาถาอย่างคร่าว ๆ จะทำให้สวดผิดอักขระน้อยลงเพราะความหมายส่วนใหญ่ในพระคาถานี้จะเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรเคารพบูชา ผู้สวดจึงมีความระมัดระวังในการสวดมากยิ่งขึ้น

4. สวดให้มีจังหวะที่ไพเราะงดงาม น้ำเสียงนุ่มนวลไม่กระแทกกระทั้นหรือยานคาง ไม่ดังหรือเบาจนเกินไป และไม่ช้าหรือเร็วจนเกินควร หากฝึกจนชำนาญจะทำให้มีกิริยาวาจานุ่มนวล ไพเราะ และมีทักษะในการพูดในที่ชุมชนอีกด้วย

5. เนื่องจากพระคาถานี้มีหลายฉบับ ทั้งฉบับดั้งเดิมและฉบับแก้ไขใหม่ อย่างไรก็ตาม การสวดมนต์จะเกิดอานิสงส์หรือไม่นั้นสำคัญที่จิต ดังนั้น จะเป็นพระคาถาฉบับใดก็ได้ขอเพียงแต่ผู้สวดมีจิตใจที่ตั้งมั่นและเป็นกุศลก็น่าจะเพียงพอแล้ว

6. ในการสวดมนต์ทุกครั้งต้องตั้งใจสวดโดยไม่คิดเรื่องอื่น การคิดฟุ้งซ่านขณะสวดจะทำให้จิตใจยิ่งสับสนและว้าวุ่น เราจึงต้องทำจิตใจให้มั่นคงไม่ว่อกแว่ก หากในระหว่างที่สวดมีความคิดเกิดขึ้นมาให้หยุดคิดและดึงจิตกลับมาสวดมนต์ต่อทันทีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ การฝึกฝนบังคับจิตให้เป็นสมาธิโดยไม่คิดเรื่องอื่น

แม้จะว่อกแว่กก็สามารถดึงกลับมาได้จะเป็นการฝึกการลดละวางการย้ำคิดย้ำทำในเรื่องอดีต เรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ หรือเรื่องที่ไม่เป็นกุศล เป็นต้น เมื่อนั้นแล้วจิตจะผ่องใส ไม่ติดอยู่กับอดีต ไม่อยู่ในวังวนแห่งความสับสนและความฟุ้งซ่านอีกต่อไป

7. สวดมนต์อย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ ทุกครั้งที่สวดควรตั้งจิตอธิษฐานถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และคุณของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ขอจงดลบันดาลให้สิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาไว้ประสบผลสำเร็จด้วยเถิด และที่สำคัญที่สุดอานิสงส์ใด ๆ ก็ตามของพระคาถานี้จะสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อจิตใจของผู้เจริญพระคาถานี้จะต้องเป็นกุศล ความคิด คำพูดและการกระทำจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมความดี คิดดี ทำดี พูดดี เมื่อนั้นแล้วอานิสงส์ต่าง ๆ โชคลาภวาสนาและบารมีจะบังเกิดขึ้นกับท่านอย่างแน่นอน


 

top
/templates/ms_msas/images/msas_template_footer.jpg">
Copyright 2004 - 2005 New Dimensions-Online.com All rights reserved.